กิจกรรมปีใหม่กับโรงเรียน
posted on 07 Jan 2012 09:18 by --zai-- in MyRoomเมื่อวานนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกหลังปิดหน้าหนาวไปสองอาทิตย์ ซึ่งในวันแรกนี้ยังไม่มีเรียน แต่โรงเรียนจะพาพวกเราไปไหว้ศาลเจ้าด้วยกันตามธรรมเนียมคนญี่ปุ่นที่ต้องไปขอพรที่ศาลเจ้ากันในวันปีใหม่
แต่ก่อนไป ก็ต้องส่งการบ้านช่วงปิดเทอมหน้าหนาวก่อน แล้วก็มีการเขียนเป้าหมายของปีนี้ เป็นเหมือนสัญญากับตัวเองว่ามีเป้าหมายอยู่ อย่าลืมทำให้ได้ตามที่ตั้งไว้ด้วย ประมาณนั้น
เขียนเสร็จ ลงมารวมกันที่ล็อบบี้ ก็มีชุดโอโทะโสะ (ชุดกาและจอกเหล้ามงคลสำหรับปีใหม่)วางเตรียมไว้ที่เคาน์เตอร์แล้ว อาจารย์รินเหล้าให้ดื่มคนละจอก แล้วก็ให้กินปลาหมึกแห้ง คมบุแห้ง แล้วก็ลูกพลับแห้งคนละชิ้น เป็นของกินมงคลเพราะเสียงพ้องกับคำที่มีความหมายดีเท่านั้น ไม่ได้กินเอาอิ่มเน้อ


อันนี้เป็นคางามิโมจิ เป็นโมจิก้อนใหญ่และเล็กวางซ้อนกันไว้ ด้านบนวางส้มลูกหนึ่ง เดิมทีมีความหมายว่าเป็นของถวายเทพเจ้าที่เสด็จมายังโลกในวันปีใหม่ ซึ่งจะวางไว้จนวันที่11 ม.ค.แล้วจึงเอามาทุบหรือหักแบ่งกินกันโดยไม่ใช้มีดหั่นเพราะถือว่าใช้ของมีคม ไม่เป็นมงคลค่ะ แต่ปัจจุบันใช้พลาสติกทำเป็นรูปโมจิสองก้อน แล้วใส่โมจิจริงเป็นชิ้นเล็กๆไว้ข้างใน ไม่ต้องทุบแบ่งกันแล้ว ส้มก็เป็นพลาสติกเหมือนกัน

ชักจะนอกเรื่อง ไปศาลเจ้าดาไซฟุกันดีกว่าค่ะ
จากโรงเรียนเราต้องเดินไปขึ้นรถเมล์กัน เพราะศาลเจ้าที่จะไปอยู่อีกเมืองนึง แปลกนิดหน่อยตรงที่ปีนี้โรงเรียนพาไปไหว้ที่ศาลเจ้าดาไซฟุ เทนมังกู แทนที่จะเป็นศาลเจ้าอุมิฮะจิมังกูเหมือนทุกปี (เดี๋ยวจะเล่าเรื่องศาลเจ้าดาไซฟุฯอีกทีในบล็อกหน้านะคะ) และที่แปลกอีกอย่างคือไม่มีการกินโซนิด้วยกัน (โซนิคือซุปใส่โมจิย่างที่กินในวันปีใหม่ หน้าตาแตกต่างกันไปตามสูตรของแต่ละพื้นที่แถวคิวชูเป็นซุปใส ใส่เนื้อไก่ เห็ดหอม ฯลฯ) คาดว่าเป็นเพราะเมื่อกลางปีที่ผ่านมาอาจารย์แม่บ้านซึ่งเป็นคนทำโซนิให้นั้นลาออกไปเพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ปีนี้เลยอดกินโซนิเลย
ไปถึงศาลเจ้าราวๆ 11 โมง ขนาดว่าเมื่อวานก็วันที่ 6 ม.ค.เข้าไปแล้ว ก็ยังเจอคนญี่ปุ่นมาไหว้ขอพรที่ศาลเจ้ากันเยอะมาก เนื่องจากคนญี่ปุ่นจะนับช่วงปีใหม่ไปจนถึงวันที่ 11 ม.ค. และมักไปไหว้ศาลเจ้าหลายแห่งในช่วงปีใหม่(เหมือนคนไทยไหว้พระเก้าวัดมั้ง?) พวกเราก็เลยต้องยืนรอคิวเพื่อเข้าไปไหว้อยู่เกือบสิบนาที

นอกจากคนที่มาไหว้หน้าศาลเจ้าเฉยๆแล้วก็ยังมีคนที่จะเข้าไปในศาลเจ้าเพื่อให้พระ(? เรียกยังงี้ได้ไหมเนี่ย คือเป็นศาลเจ้าชินโต ไม่ใช่วัดพุทธ จะเรียกนักบวชว่าพระก็ดูแปลกๆง่ะ)สวดมนต์และทำพิธีเพื่อเป็นศิริมงคลให้ด้วย คนเยอะจนต้องรอคิวอีกเช่นกัน แต่คิวจะแยกไปอยู่ด้านข้างของศาลเจ้า อันนี้ถ่ายรูปบริเวณที่ทำพิธีมาให้ดู

แอบซูมพระที่ทำพิธีมาให้ดูด้วย


พวกเรามาไหว้อย่างเดียวก็ต่อคิวด้านหน้า วิธีการไหว้คือ โยนเหรียญ 5 เยนลงไปในกล่อง โค้งสองครั้ง ตบมือสองครั้ง อธิษฐาน เสร็จแล้วโค้งอีกหนึ่งครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี
ที่ว่าโยนเหรียญห้าเยนนั้นเพราะภาษาญี่ปุ่นออกเสียงว่าโกะเอน พ้องกับคำว่าคุ้มครอง ช่วยเหลือ (...หรือเปล่า? ชักไม่แน่ใจ
) แต่ก็คงไม่เคร่งมากเท่าไหร่ เพราะคนที่ไม่มีเหรียญห้าเยนก็โยนเหรียญอื่นๆกันตามสะดวก เราเห็นมีคนโยนแบงค์พันเยนด้วยอ้ะ
ก็คงคิดว่าเป็นการบำรุงศาลเจ้าไปละมั้ง
) แต่ก็คงไม่เคร่งมากเท่าไหร่ เพราะคนที่ไม่มีเหรียญห้าเยนก็โยนเหรียญอื่นๆกันตามสะดวก เราเห็นมีคนโยนแบงค์พันเยนด้วยอ้ะ
ก็คงคิดว่าเป็นการบำรุงศาลเจ้าไปละมั้งไหว้เสร็จเรียบร้อยก็ออกมาเสี่ยงเซียมซีสำหรับปีนี้กัน ใบเซียมซีเป็นสีชมพูตามสีดอกบ๊วยซึ่งเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างของที่นี่

เปิดออกมาอ่าน เป็นใบที่โชคดีลำดับที่สองค่ะ เซียมซีที่นี่จะแบ่งเป็นห้าขั้น ตั้งแต่โชคดีที่สุด ไปจนโชคร้ายที่สุด แต่ไม่ว่าจะได้ใบที่โชคดีหรือโชคร้าย คนญี่ปุ่นก็จะผูกทิ้งไว้ที่ศาลเจ้า ไม่นำติดตัวกลับบ้านนะคะ

ข้างๆศาลเจ้าก็มีเครื่องราง และของมงคลสำหรับปีใหม่ เช่นฮามายะหรือธนูไล่เคราะห์ ทุกปีคนญี่ปุ่นจะซื้อฮามายะจากศาลเจ้าไปแขวนไว้ที่ฝาบ้านเพื่อป้องกันเหตุร้าย เมื่อหมดปีก็จะนำดอกเก่ามาเผาที่ศาลเจ้าแล้วซื้อดอกใหม่ไปแขวนแทน

อันนี้เป็นพื้นที่ที่ศาลเจ้าจัดไว้ให้คนเอาธนูของปีเก่ามาวางกัน คิดว่าคงจะเผารวมกันทีหลัง

ใกล้กันมีเสี่ยงโชคปีใหม่ด้วย วิธีการก็ง่ายๆ ซื้อฉลากห้าร้อยเยนแล้วแกะดูว่าได้ของรางวัลอะไร เห็นรางวัลใหญ่เป็นทีวีจอแบนใหญ่มาก(น่าจะมากกว่า 42 นิ้ว ไม่ทันดูชัดๆอ่ะ)

เสร็จพิธีจากศาลเจ้าแล้วพวกเราไปกินอุเมะกาเอะโมจิกับน้ำชากันแทนโซนิ คือขนมโมจิใส้ถั่วแดงกวนเนี่ยแหละค่ะ แต่ด้านหน้าทำเป็นรูปกิ่งบ๊วย ก็เลยได้ชื่อว่าอุเมะกาเอะด้วยประการฉะนี้ เป็นของกินขึ้นชื่อของที่นี่ ตลอดทางเข้าศาลเจ้ามีร้านขายอุเมะกาเอะโมจิเป็นสิบร้าน บางร้านก็ขายให้นำกลับบ้านอย่างเดียว บางร้านก็มีที่นั่งและขายแบบจัดเซ็ตคู่น้ำชาให้นั่งจิบชาแกล้มขนมสบายๆด้วย
พวกเราเข้าร้านนี้

นอกร้านคนเยอะ พลุกพล่านมาก แต่พอเข้าไปในร้านก็จะเจอบรรยากาศแบบนี้

ซึ่งนับว่าฟลุกมากเพราะในร้านจัดสวนไว้สวยมาก พวกเราก็เลยได้จิบชาแกล้มขนมพร้อมกับชมสวนญี่ปุ่นกันไปด้วย

ปิดท้ายด้วยรูปสวนของร้านค่า
(รูปสะท้อนเงาโคมไฟนิดนึงเน้อ ถ่ายผ่านกระจกหน้าต่างร้านมาอ่า...)
(รูปสะท้อนเงาโคมไฟนิดนึงเน้อ ถ่ายผ่านกระจกหน้าต่างร้านมาอ่า...)
Tags: ญี่ปุ่น, ปีใหม่, ศาลเจ้า1 Comments
แต่ชอบสวนญี่ปุ่นมากๆเลยล่ะค่ะ สวนญี่ปุ่นนี่ให้อารมณ์แบบว่าสงบจิตสงบใจจริงๆ ^ ^
#1 By dark_shochan on 2012-01-10 01:12